กองเรือตรวจอ่าวกองเรือยุทธการ (กตอ.กร.) เป็นกองเรือที่ได้ก่อตั้งขึ้นมาในสมัยแรก ๆ ของกองทัพเรือและได้ปฏิบัติภารกิจในการปกป้องอธิปไตยของชาติทางทะเลมาอย่างยาวนาน โดยได้ถือกำเนิดการก่อตั้งกองเรือมาตั้งแต่ ๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๙๖ ตลอดระยะเวลากว่า ๗๐ ปีที่ผ่านมา กองเรือตรวจอ่าว ได้สะสมความรู้ประสบการณ์อันยาวนานในการปกป้องท้องทะเลทั้ง ๒ ด้าน ตลอดความยาว ๑๕๐๐ ไมล์ทะเล
วันที่ ๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๗ จึงถือเป็นวันคล้ายวันสถาปนากองเรือตรวจอ่าว กองเรือยุทธการ ครบรอบ ๗๑ ปี “กองเรือตรวจอ่าว จะเป็นหน่วยที่มีความเป็นเลิศในการปฏิบัติการทางเรือ สาขาการรบผิวน้ำ ภายใต้การบริหารจัดการที่เน้นคุณภาพเป็นสำคัญ” คือวิสัยทัศน์ที่กำลังพลทุกนายของกองเรือตรวจอ่าวยึดถือและมุ่งมั่น ร่วมมือร่วมใจกันเพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการเป็นกำลังรบหลักทางเรือที่เป็นเขี้ยวเล็บสำคัญของกองเรือยุทธการและกองทัพเรือ
ในปี พ.ศ.๒๔๗๖ กระทรวงทหารเรือ ได้ถูกปรับลดขนาดองค์กรเป็นกองทัพเรือ ขึ้นตรงต่อกระทรวงกลาโหมและมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างมาเป็นลำดับ จนกระทั่ง พ.ศ.๒๔๙๔ กองทัพเรือได้พิจารณาปรับโครงสร้างและเปลี่ยนชื่อ “กองเรือรบ” ซึ่งแต่เดิมประกอบด้วย เรือตามประเภท ๔ หมวดเรือ ได้แก่ หมวดเรือปืน หมวดเรือใช้ตอร์ปิโด หมวดเรือช่วยรบ และหมวดเรือพระที่นั่ง เป็นชื่อใหม่คือ “กองเรือยุทธการ”และในวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๙๖ กองเรือยุทธการได้แบ่งส่วนราชการ เป็น ๔ กองเรือ ได้แก่ กองเรือตรวจอ่าว กองเรือปราบเรือดำน้ำ กองเรือทุ่นระเบิด และ กองเรือบริการ โดยได้รวมกิจการของหมวดเรือปืน และหมวดเรือใช้ตอร์ปิโด เป็นหน่วยเดียวกัน ภายใต้กองเรือที่ชื่อว่า “กองเรือตรวจอ่าว” และใช้คำย่อว่า “กตอ.” กองเรือตรวจอ่าว จึงได้ถือกำเนิดขึ้นมานับตั้งแต่บัดนั้น โดยในขณะนั้นมีเรือปืน และเรือใช้ตอร์ปิโด เป็นเรือสองประเภทแรกที่สังกัดในกองเรือตรวจอ่าว
กองเรือตรวจอ่าว ได้พัฒนาขึ้นมาตามลำดับจากเรือปืน และเรือใช้ตอร์ปิโด ซึ่งปลดประจำการไปตามอายุการใช้งานและได้มีการขึ้นระวางประจำการเรือประเภทต่างๆอย่างต่อเนื่อง ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๕๒ กองเรือยุทธการ ได้มีการปรับโครงสร้างใหม่ โดยได้ปรับย้ายเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่งและเรือตรวจการณ์ชายฝั่ง ไปสังกัด กองเรือยามฝั่ง (กยฝ.กร.) ทำให้ในปัจจุบัน กองเรือตรวจอ่าว มีเรือในสังกัด จำนวน ๓ ประเภท รวม ๑๗ ลำ ได้แก่ เรือเร็วโจมตีปืน เรือตรวจการณ์ปืน และเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งซึ่งเรือที่ประจำการ ในปัจจุบันได้พัฒนาตามเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำให้ กองเรือตรวจอ่าว มีขีดความสามารถเพียงพอ ที่จะรับมือกับภัยคุกคามและสถานการณ์ ที่เปลี่ยนแปลงไปตามสภาวะการณ์ปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ สมกับคำขวัญของกองเรือตรวจอ่าวที่ว่า “ยามสงบเราดั่งนกนางนวลข้าศึกรบกวนเราร้าย เยี่ยงฉลาม” โดยกองเรือยุทธการได้จัดเรือประเภทต่าง ๆของ กองเรือตรวจอ่าว ออกปฏิบัติราชการกับทัพเรือภาคที่ ๑ ทัพเรือภาคที่ ๒ ทัพเรือภาคที่ ๓ และหน่วยเฉพาะกิจต่าง ๆ ของกองทัพเรือ ทั้งทะเลฝั่งอ่าวไทย และทะเลฝั่งอันดามัน ทำให้คำกล่าวที่ว่า “ตลอด ๒๔ ชั่วโมง จะต้องมี ธงราชนาวีของเรือในกองเรือตรวจอ่าว โบกสะบัดในท้องทะเลไทย” เป็นความจริงชั่วนิจนิรันดร์ ซึ่งนับเป็นความภาคภูมิใจของกำลังพลทุกนายที่ได้ทำหน้าที่อันสำคัญในการเฝ้าดูแลรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล อยู่ตลอดเวลา
ภารกิจ และการจัดส่วนราชการ
กองเรือตรวจอ่าว เป็นหน่วยขึ้นตรงของกองเรือยุทธการ มีภารกิจในการจัดเตรียมกำลังสำหรับการปฏิบัติการรบผิวน้ำ ปัจจุบันกองเรือตรวจอ่าว มีการจัดส่วนราชการ ดังนี้
๑. กองบัญชาการ มีหน้าที่กำหนดนโยบาย วางแผน อำนวยการ ประสานงานและกำกับการปฏิบัติการของหน่วยตามที่ได้รับมอบหมาย มีหน่วยในบังคับบัญชา ๑ กอง ๗ แผนก ได้แก่ แผนกกองช่าง แผนกธุรการ แผนกกำลังพล แผนกยุทธการและข่าว แผนกส่งกำลังบำรุง แผนกสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ แผนกพลาธิการ และแผนกการเงิน
๒. กองร้อยกองบัญชาการ มีหน้าที่สนับสนุนทางธุรการ การรักษาความปลอดภัยและการบริการทั่วไปให้แก่ กองบัญชาการกองเรือตรวจอ่าว โดยมีหน่วยในบังคับบัญชา ๓ หน่วย ประกอบด้วย กองบังคับการกองร้อย หมวดบริการ และหมวดป้องกัน
๓. หมวดเรือที่ ๑ ประกอบด้วย เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง (เรือ ตกก.) จำนวน ๔ ลำ ได้แก่ ชุด ร.ล.ปัตตานี (ร.ล.ปัตตานี ร.ล.นราธิวาส) ชุด ร.ล.กระบี่ (ร.ล.กระบี่ ร.ล.ประจวบคีรีขันธ์)
๔. หมวดเรือที่ ๒ ประกอบด้วย เรือเร็วโจมตีปืน (เรือ รจป.) จำนวน ๒ ลำ ได้แก่ ชุด ร.ล.ชลบุรี (ร.ล.ชลบุรี ร.ล.สงขลา )
๕. หมวดเรือที่ ๓ ประกอบด้วย เรือตรวจการณ์ปืน (เรือ ตกป.) จำนวน ๑๐ ลำ
ได้แก่ ชุด ร.ล.สัตหีบ (ร.ล.สัตหีบ ร.ล.คลองใหญ่ ร.ล.ตากใบ) ชุด ร.ล.กันตรัง (ร.ล.กันตรัง (ปลดระวางประจำการ ) ร.ล.เทพา ร.ล.ท้ายเหมือง (ปลดระวางประจำการ) ชุด ร.ล.หัวหิน (ร.ล.หัวหิน ร.ล.แกลง ร.ล.ศรีราชา) และ ร.ล.แหลมสิงห์



